“I want to be a doctor,” เสียงของเพื่อนร่วมชั้นของฉันคนหนึ่งพูดขึ้น ท่ามกลางความเบื่อหน่ายของเด็กหลายๆคนที่ได้พูดอาชีพที่ตัวเองอยากเป็นในอนาคตไปแล้ว และความตื่นเต้นของเด็กอีกหลายๆคนที่ยังไม่ได้พูด
“Very good student.” คุณครูประวีณาโต้ตอบเป็นภาษาอังกฤษโดยที่ไม่ได้มองนักเรียน
นี่เป็นวันที่สองที่พวกเราได้เรียนเรื่องอาชีพและการงานในวิชาภาษาอังกฤษ นักเรียนห้องฉันส่วนมากบอกว่าอยากเป็นหมอหรือว่าตำรวจ ส่วนมากบอกกันว่าเพราะพวกเขาชอบช่วยเหลือคน จะมีอยู่บางคนที่บอกว่าเพราะเป็นหมอจะได้เงินเยอะๆหรือว่าเพราะเป็นตำรวจจะได้ตีคนร้าย และคะแนนที่ได้ก็จะแตกต่างกันตามเหตุผลที่เพื่อนๆฉันบอกครู
ยกตัวอย่างเมื่อวานเพื่อนฉันคนหนึ่งบอกคุณครูว่าอยากเป็น doctor คุณครูก็บอกว่า”very good student.” แล้วคุณครูก็ถามว่า”what is your reason?” เพื่อนฉันก็เงียบไปซักพักหนึ่งและรีบเปิดหนังสือสีน้ำตาลเก่าไปหน้าสองร้อยสามสิบสี่ และอ่านอยากผิดๆว่า “I like help people.” หรือว่า “ฉันชอบช่วยคน” คุณครูให้เขาสิบคะแนนทันที แต่พอเพื่อนหลังห้องของฉันบอกว่าอยากเป็นหมอเพราะว่าชอบเห็นข้างในของคน คุณครูกลับให้แค่สามคะแนน
จริงๆแล้วหนังสือหน้าสองร้อยสามสิบสี่นั้นมีรูปอาชีพของคนแค่ห้ารูปเท่านั้น คือรูปหมอ รูปตำรวจ รูปทนาย รูปนักธุรกิจและรูปครู ฉันรู้สึกเหมือนกับว่ามันไม่ค่อยอิสระเพราะว่าหัวข้อที่เราเรียนนั้นคือ “อาชีพที่หนูๆอยากเป็น”
ครู่ต่อมาเสียงปรบมืออย่างไม่เต็มใจของเพื่อนร่วมห้องฉันดังขึ้นและเงียบลง “เด็กหญิงจันทร์ยิ้ม เชิญเลยจ้ะ” คุณครูบอกโดยไม่ได้มองฉัน
ฉันยืนขึ้น เพื่อนๆของฉันส่วนมากก็กำลังพับจรวดกระดาษ ไม่ได้ใส่ใจในสิ่งที่ฉันกำลังจะนำเสนอมากนัก ซึ่งฉันก็เข้าใจ เพราะว่าฉันก็ไม่ได้ใส่ในสิ่งที่พวกเขานำเสนอ
“Hello teacher and students, my name is Chanyim.” พอฉันเริ่มพูดเพื่อนของฉันหลายๆคนก็เริ่มเอาหัวไถกับโต๊ะที่มีรอยลิควิดขีดเขียนเต็มไปหมดเนื่องจากความเบื่อหน่าย
“When I grow up, I want to be a writer.” ในตอนนี้เอง ฉันตกเป็นเป้าสายตาของคนทั้งห้อง
เป็นความเงียบที่สมบูรณ์
“ไรเต้อ แปลว่านักเขียนใช่ไหมครับครู” เด็กหลังห้องคนหนึ่งตะโกนขึ้นมา และห้องก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและเสียงล้อเลียน
ฉันยืนนิ่งไม่พูดอะไร
“เธอจะเป็นนักเขียนไม่ได้นะ มันไม่ใช่อาชีพด้วยซ้ำ” คุณครูในตอนนี้ไม่มีท่าทีของคุณครูใจดีที่ฉันรู้จักในคาบก่อนๆอีกต่อไป คิ้วของครูขมวดจนเกือบจะติดกัน หายใจเป็นจังหวะไม่สม่ำเสมอ
“แต่คุณครูบอกว่าให้มาพูดเกี่ยวกับอาชีพที่หนูอยากเป็นนี่คะ”
“พอแล้ว นั่งลง” คุณครูถอนสายตาออกจากฉัน เปิดสมุดพก และเริ่มขีดเขียน ปล่อยฉัน ยืนอยู่หน้าห้องท่ามกลางความครื้นเครงและเสียงหัวเราะของเพื่อนร่วมชั้น
อาทิตย์ต่อมา ฉันได้รับสมุดพกจากครูประวีณา ซึ่งฉันคิดว่าฉันจะไม่เอาให้พ่อแม่ดู เพราะว่าในวิชาภาษาอังกฤษฉันได้เกรดหนึ่งจุดสาม
คุณครูเขียนโน้ตติดมาด้วยว่า “เด็กหญิงจันทร์ยิ้มไม่ให้ความร่วมมือกับหัวข้อที่เรียน”
คุณตั้งคุง
^ ^